ภูเก็ต — เกาะที่ใหญ่ที่สุดของไทย — เป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีชายหาดสวยงาม วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ และบรรยากาศผ่อนคลาย การเช่ารถในภูเก็ตคือวิธีที่ดีที่สุดในการสำรวจเกาะอย่างอิสระ โดยเฉพาะจุดที่รถโดยสารสาธารณะและทัวร์กรุ๊ปไม่สามารถเข้าถึงได้ การมียานพาหนะส่วนตัวช่วยให้คุณวางแผนเส้นทางได้เองตามต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องตารางเวลา
บนเกาะมีบริษัทให้เช่ารถหลากหลาย ทั้งแบรนด์ระดับนานาชาติและผู้ให้บริการท้องถิ่น ก่อนทำการจอง ควรศึกษาเงื่อนไขการเช่าให้ดี แม้จะเป็นนักเดินทางที่มีประสบการณ์ก็ตาม บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่มีประโยชน์เกี่ยวกับการเช่ารถในภูเก็ตเพื่อช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่คาดคิด
ยี่ห้อและรุ่นรถที่ให้เช่าในภูเก็ต
ระดับมาตรฐาน (Standard)
กลุ่มรถเริ่มต้นประกอบด้วยรถซีดานและแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดจากโตโยต้าและฮอนด้า บางครั้งมีมาสด้า นิสสัน ซูซูกิ และมิตซูบิชิด้วย รุ่นที่พบในกลุ่มนี้ได้แก่: Toyota Vios, Toyota Yaris Ativ, Nissan Almera, Honda Jazz, Honda City, Nissan March (Micra), Mazda 2, Suzuki Swift, Mitsubishi Mirage และ Attrage
รถทุกคันมาพร้อมเกียร์อัตโนมัติและเครื่องยนต์ขนาด 1.2–1.5 ลิตร รองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 5 คนรวมคนขับ ขนาดกระโปรงหลังแตกต่างกันไปตามรุ่น ควรตรวจสอบก่อนจอง
ระดับมินิแวน (Minivan)
สำหรับกลุ่มใหญ่หรือครอบครัวที่มีสัมภาระมาก มินิแวนเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด รถในกลุ่มนี้มีเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1.5 ลิตรขึ้นไป เกียร์อัตโนมัติ และที่นั่ง 3 แถวรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 คน รุ่นที่มีให้เลือก ได้แก่ Honda Mobilio, Toyota Avanza, Toyota Innova, Mitsubishi Xpander และ Toyota Veloz
ใช้ใบขับขี่สากลประเภท B ธรรมดาได้เลย ไม่ต้องมีใบอนุญาตพิเศษ
ระดับพรีเมียมและ SUV
สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและสมรรถนะ รถระดับพรีเมียมและ SUV คือตัวเลือกที่ดีที่สุด: ห้องโดยสารกว้างขวาง ฉนวนกันเสียงที่ดี เครื่องยนต์ขนาด 1.6–2.0 ลิตร และอุปกรณ์ครบครัน ตัวเลือกระดับบิสสิเนสคือ Toyota Camry ส่วนรถที่ให้พื้นที่มากที่สุดคือ Toyota Fortuner รถระดับพรีเมียมเริ่มต้นได้แก่ Mazda CX-3, Mazda CX-5, Toyota Corolla Cross, Mazda 3 และ Toyota Corolla Altis
ราคาเช่ารถในภูเก็ตเป็นเท่าไร
ไม่มีราคาตายตัว แต่ละบริษัทกำหนดอัตราค่าเช่าของตัวเองตามรุ่นรถ ฤดูกาล ระยะเวลาเช่า และระยะทางจากสำนักงานถึงจุดส่งรถ ยิ่งเช่านานยิ่งได้ราคารายวันที่ถูกลง โดยทั่วไปการเช่า 3 สัปดาห์มักมีราคาใกล้เคียงกับ 1 เดือน ส่วนลดสูงสุดมักได้รับเมื่อเช่าหลายเดือนพร้อมชำระเงินเต็มจำนวนล่วงหน้า
เปรียบเทียบราคาและรุ่นรถที่มีให้เช่าได้อย่างสะดวกผ่านบริการเช่ารถภูเก็ต — ดูราคา ขนาดกระโปรง และเงื่อนไขของแต่ละรายการได้ในที่เดียว
เงินมัดจำ (Deposit)
บริษัทเช่ารถส่วนใหญ่เรียกเก็บเงินมัดจำพร้อมกับค่าเช่า สามารถชำระเป็นเงินสด (บาทหรือดอลลาร์สหรัฐ) หรืออายัดในบัตรธนาคาร บริษัทระดับนานาชาติมักกำหนดให้ใช้บัตรเครดิตเท่านั้น ส่วนผู้ให้บริการท้องถิ่นมักรับเงินสด
เงินมัดจำจะคืนให้ในวันส่งรถ ทั้งหมดหรือบางส่วนขึ้นอยู่กับสภาพรถ หากพบความเสียหายใหม่ที่ไม่ได้บันทึกตอนรับรถ จะหักจากมัดจำ จำนวนเงินมัดจำต้องระบุในสัญญาเช่า
ค่าจัดส่ง
หลายบริษัทให้บริการส่งรถฟรีทุกจุดบนเกาะ แต่หากสำนักงานอยู่ห่างไกลจากที่พัก อาจมีค่าจัดส่งเพิ่มเติม เช่น การรับรถทางตอนเหนือของเกาะ (หาดไม้ขาวหรือสนามบิน) เมื่อสำนักงานอยู่ที่ราไวย์ อาจมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้น 500 บาทต่อเที่ยว ควรสอบถามเงื่อนไขการจัดส่งเมื่อทำการจอง สำหรับการเช่าระยะยาวมักรวมค่าจัดส่งไว้ในราคาแล้ว
สำหรับข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกฎจราจร กระบวนการจองทั้งหมด และวิธีหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการเช่ารถในไทย สามารถอ่านบทความเฉพาะบนเว็บไซต์ได้
สามารถขับรถเช่าออกนอกภูเก็ตได้หรือไม่
บริษัทส่วนใหญ่ไม่อนุญาตให้นำรถออกนอกเกาะ สำหรับการเช่าที่นานกว่า 5 วัน บางบริษัทอาจยืดหยุ่นสำหรับการเดินทางระยะสั้นไปจังหวัดใกล้เคียง โดยต้องขออนุญาตจากผู้จัดการเป็นรายกรณี
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ: นอกเกาะภูเก็ต ไม่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินณ จุดเกิดเหตุ ปัญหาทุกอย่าง — การติดต่อตำรวจหลังอุบัติเหตุ ยางแบน หรือเครื่องยนต์เสีย — ต้องจัดการเอง โดยมีการสนับสนุนทางโทรศัพท์เท่านั้น อย่าแจ้งเส้นทางปลอม รถทุกคันติดตั้ง GPS และบริษัทรู้ตำแหน่งรถตลอดเวลา
การเติมน้ำมันในภูเก็ต
รถเครื่องยนต์เบนซินส่วนใหญ่ใช้น้ำมัน 91, 95 หรือ E20 ประเภทน้ำมันที่แนะนำจะระบุบนสติกเกอร์ด้านในฝาถังน้ำมัน หลังประตูคนขับ หรือในสัญญาเช่า หากไม่แน่ใจ ให้สอบถามบริษัทเช่ารถ
โดยทั่วไปรถจะได้รับมาพร้อมน้ำมันเต็มถัง ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่อยู่บนถนนสายหลัก พบได้น้อยในย่านท่องเที่ยว — ควรเติมน้ำมันล่วงหน้า โดยเฉพาะในตอนกลางวัน ปั๊ม 24 ชั่วโมงมีน้อย หนึ่งในนั้นอยู่บนถนน Thepkrassatri ใกล้สนามบิน ตรวจสอบเวลาเปิดปิดของแต่ละปั๊มได้ใน Google Maps
ไม่จำเป็นต้องลงจากรถเพื่อเติมน้ำมัน แจ้งพนักงานประเภทน้ำมัน จำนวนลิตรหรือจำนวนเงิน แล้วส่งเงินผ่านหน้าต่าง
หากน้ำมันหมดแต่ไม่มีปั๊มใกล้ ตู้จำหน่ายน้ำมันอัตโนมัติข้างทางพอช่วยได้ ออกแบบมาสำหรับมอเตอร์ไซค์เป็นหลักและราคาแพงกว่า แต่สามารถซื้อน้ำมัน 1–2 ลิตรเพื่อขับต่อไปถึงปั๊มปกติได้
ห้ามจอดที่ไหนในภูเก็ต
การจอดรถผิดที่อาจทำให้ต้องเสียค่าปรับและเสียเวลาทั้งวัน กฎสำคัญ: ถ้าเห็นขอบถนนเป็นสี ให้ขับต่อไป ขอบถนนสีเหลืองหรือสีแดง หมายความว่าห้ามจอดทุกกรณี นอกจากนี้ให้สังเกตป้ายห้ามจอดด้วย แม้ขอบถนนจะเป็นขาว-ดำหรือไม่ได้ทาสีก็ตาม
หลีกเลี่ยงการจอดในพื้นที่จอดรถแท็กซี่และตุ๊กตุ๊ก คนขับหวงพื้นที่มากและอาจทำความเสียหายให้รถ เช่น ขีดข่วนหรือทำให้ยางแบน ดีกว่าที่จะหาที่จอดที่อื่นและรักษารถ รวมถึงเงินมัดจำไว้
ปัญหาบนท้องถนนและการสนับสนุน
หากเกิดอุบัติเหตุหรือรถเสีย ให้แจ้งผู้จัดการบริษัทเช่ารถทันที นี่คือเหตุผลที่ควรเลือกบริษัทที่มีบริการสนับสนุน 24 ชั่วโมงและบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อไว้ล่วงหน้า นอกเกาะไม่มีบริการช่วยเหลือณ จุดเกิดเหตุ — ทุกอย่างจัดการทางโทรศัพท์ หากรถเสียโดยไม่ใช่ความผิดของคุณ เก็บใบเสร็จไว้ ค่าซ่อมจะได้รับคืนเมื่อส่งมอบรถ
ถนนในภูเก็ต
เกาะภูเก็ตมีความยาวจากเหนือถึงใต้ประมาณ 60 กิโลเมตร ทางออกสู่แผ่นดินใหญ่มีเพียงสะพานสารสิน (Sarasin Bridge) ทางตอนเหนือ บนเกาะมีถนนสายหลักสองสาย:
- ถนนเทพกระษัตรี (Thep Krassatri) — ถนนสายกลางที่กว้างและรวดเร็ว มี 2–3 เลนในแต่ละทิศทาง ใช้เดินทางไปสนามบิน หาดทางเหนือ และจังหวัดใกล้เคียง
- ถนนชายฝั่งตะวันตก (Bypass road) — ถนนเลียบภูเขาที่สวยงามตามแนวชายฝั่งตะวันตก เหมาะสำหรับการเดินทางระหว่างหาด แต่ใช้เวลานานกว่า
ทางตอนใต้ของเกาะมีการจราจรหนาแน่นและถนนแคบ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนอาจติดขัด — ควรเผื่อเวลาเมื่อต้องเดินทางไปสนามบิน
มีความเชื่อผิดๆ ว่าต้องมีรถที่เครื่องยนต์แรงเพื่อขับขึ้นเนินในภูเก็ต ความจริงแล้ว Nissan March เครื่อง 1.2 ลิตรพร้อมผู้โดยสาร 4 คนและสัมภาระสามารถขึ้นเนินไปพระใหญ่ได้สบายๆ ด้วยเกียร์ต่ำ (โหมด L) การเลือกเครื่องยนต์ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้โดยสาร น้ำหนักสัมภาระ และประสบการณ์ของคนขับ